ผู้จัดทำ

Posted: กุมภาพันธ์ 23, 2012 in Uncategorized


 

นางสาวณัฐชกมล  ศรีสุข

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3    เลขที่ 10

โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม

  อุทยานแห่งชาติหวงหลงอยู่ในอำเภอซงพันในเขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตอาป้าและเผ่าเชียง ทางตอนเหนือของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน)ของจีนติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,340 ตารางกิโลเมตร บนความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 – 5,588 เมตร ประกอบด้วยหุบเขาหวงหลง ช่องแคบหว่างเขาตันหยุน สันเขาหิมะ ยอดเขาหิมะเส่ป่า ผางามหงซินหยง หุบเขาตะวันตกซีโกว หยดถ้ำมังกรติสุ่ย รวม 7 ส่วนด้วยกัน มีเนื้อที่ทั้งหมด 700 ตารางกิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติหวงหลง มรดกโลกทางธรรมชาติ ปีค.ศ. 1992เมื่อถึงสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644) ได้มีการก่อสร้างวัดหวงหลงขึ้น เพื่อเซ่นไหว้มังกรเหลือง แต่นั้นมา ความงดงามเป็นเอก ของธารน้ำหวงหลงจึงได้อวดสู่สายตาของชาวโลก

‘มังกร’ ถือเป็นภูมิทัศน์เอกของอุทยานแห่งนี้ จากยอดเขาเสวี่ยเป๋าติ่ง ด้วยความสูง 5,588 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งนี้ ธารน้ำแข็งไหลผ่านแนวสันเขาหินปะการังสีทองลงมา กลายเป็นน้ำตกน้อยใหญ่ เมื่อถึงไหล่เขา ณ ความสูงราว 3,100 –3,600 เมตรได้กลับมารวมกันที่โตรกธารหวงหลงอีกครั้ง เกิดเป็นสระมรกตหลากสีสันกว่า 3,000 สระ บ้างก็มีขนาดใหญ่โตนับพันตารางเมตร บ้างก็มีขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตร  บ้างลึกบ้างตื้นทับซ้อนกัน เป็นระยะทางกว่า 3.6 กิโลเมตร เมื่อแหงนมองขึ้นไปก็จะเห็น‘มังกรเหลือง’ที่ลดเลี้ยว ขึ้นสู่หมู่เมฆบนยอดเขาหิมะ และเมื่อก้มมองเบื้องล่างก็จะพบกับ ‘สระสวรรค์ในแดนดิน’ทอดตัวอย่างสงบท่ามกลางขุนเขาและแมกไม้

จุดชมวิวที่สำคัญอยู่ที่หุบผามังกรเหลือง ซึ่งอยู่หลังวัด จะมีสระขนาดใหญ่เป็นขั้นบันได สลับกับน้ำสีเหลืองจากตะกอนแคลเซียมและเกสรดอกไม้ อยู่บนฉากหลังที่เป็นป่าสน เขาหิมะ น้ำตก ซึ่งเกิดจากธรรมชาติสรรสร้างอย่างวิจิตรพิสดาร เมื่อมองจากด้านบนจะดูเหมือนมังกรสีเหลืองขนาดมหึมา จนได้ชื่อว่า “หวงหลง” (มังกรเหลือง) หวงหลงถูกจัดเป็นมรดกโลกในปี 1992 และต่อมาปี 2000 ก็ขึ้นทำเนียบเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของโลก และเขตท่องเที่ยว และได้ขึ้นอันดับเป็นจักรวาลสีเขียวแห่งศตวรรษที่ 21 ในปี 2002

โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของหวงหลงมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ โดยตั้งอยู่บนขอบวงบรรจบของพื้นที่ทางธรณี วิทยาที่แตกต่างกันถึง 3 ลักษณะ ได้แก่ เขตที่ราบสูงของลุ่มน้ำแยงซี เขตทุ่งหญ้าซงพัน และเขตเทือกเขาฉินหลิ่ง (เส้นแบ่งเหนือใต้ทางธรรมชาติของจีน) นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตที่ราบสูงชิงจั้งในทิเบตและที่ราบต่ำในเสฉวน ก่อให้เกิดภูมิทัศน์แบบขั้นบันได ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ลักษณะทางธรณีวิทยาดังกล่าว ส่งผลให้หวงหลงกลายเป็น  ช่วงแนวเขาสุดท้ายและเป็นแหล่งชุมนุมของบรรดาเทือกเขาสูงจากภาคตะวันตก   ก่อน
จะเข้าสู่เขตที่ราบลุ่มภาคกลางของจีน ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพที่น่าตื่นใจของ หุบเหวลึกนับพันเมตร ยอดเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี โตรกธารน้ำแข็งนับร้อยพันสายที่เลาะเลี้ยวไปตามหุบเขาทุกหนแห่ง อันเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ 3 สายของจีน ได้แก่ ลำน้ำฝูเจียง หมินเจียง และเจียหลิง (ก่อนบรรจบกันเป็นแม่น้ำแยงซีเกียง) นอกจากนี้ ความแตกต่างที่มาบรรจบกันยังส่งผลให้สภาพภูมิอากาศและพืชพันธุ์สัตว์ป่าที่อาศัยในถิ่นนี้ มีการผสมผสานกันระหว่างเขตเหนือใต้ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่แปลกตาหายากอีกด้วย ระหว่างเส้นทาง ธรรมชาตินี้ ยังมีแนวหินปะการังที่เกิดจากการสะสมของแคลเซี่ยมหรือหินคาร์สท์ (Kast) ที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก ปกคลุมอยู่ตลอดแนวสันเขา ผ่านเส้นทางของน้ำตกสายต่างๆ บ้างกลายเป็นสระน้อยใหญ่ ที่รองรับน้ำใสเย็น แล้วส่งผ่านลงมาเป็นชั้นๆ อันเป็นสัญลักษณ์เลื่องชื่อของอุทยานแห่งนี้

ที่มาของหวงหลง กล่าวกันว่า สถานที่แห่งนี้ จักรพรรดิอวี่ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เซี่ย ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของจักรพรรดิผู้ยิ่งยงในประวัติศาสตร์ยุคโบราณของจีนได้เคยมาบรรเทาอุทกภัยที่นี่ โดยมีพาหนะคือมังกรเหลือง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ มังกรเหลืองได้ละทิ้งวังมังกรของตนมาพำนักอยู่ยังโลกมนุษย์ และได้สร้าง        ‘สระหยก’อันงดงามนี้ขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากลักษณะทางกายภาพของอุทยานแห่งชาติหวงหลงที่ประกอบด้วยแนวหินสีเหลืองที่ เกิดจากการจับตัวของแคลเซี่ยมแผ่คลุมอยู่โดยทั่วไปบริเวณสันเขา บ้างแปลงกายเป็นสระน้ำหลากสีสันที่ลดหลั่นเรียงตัวกันลงมาเป็นชั้นๆ เมื่อมองจากที่ห่างไกล จึงเห็นราวกับเป็นมังกรทองเหลื่อมสลับลายที่ลดเลี้ยวอยู่ท่ามกลางแมกไม้สี เขียว และเหินหาวสู่ยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี

ที่มา :http://www.abroad-tour.com/china/sichuan/huanglong.html

 

เมืองซันย่า

Posted: กุมภาพันธ์ 23, 2012 in เมืองซันย่า

   ซันย่าเป็นเมืองที่อยู่ใต้สุดของจีนและเป็นเมืองริมทะเลแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตโซนร้อนของจีน และเป็นเมืองท่าสำคัญในการท่องเที่ยว เกาะไหหลำ เหมือนพัทยา หัวหินของไทย นอกจากนี้ยังเคยเป็นสถานที่จัดประกวด Miss World มาแล้ว รวมทั้งทางการจีนได้ก่อสร้างสถานที่จัดประชุมผู้นำเศรษฐกิจ CEO Forum อย่างถาวรไว้ที่นี่ ซึ่งจะมีการประชุมทุกปีอีกด้วย เมืองซันย่า มีหาดทรายขาวสะอาดงดงาม อาทิ หาดต้าตงไห่ หาดยี่หัวหยวน หาดย่าหลง และยังเพียบพร้อมไปด้วยอากาศอันบริสุทธิ์ อาหารทะเลเลิศรส เมืองซันย่ามีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น ไปฟังเสียงระฆังวัดที่ หนันซัน ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใต้สุดของจีน ไปชมวิวที่สวยงามสุดขอบฟ้า ไปดำน้ำในทะเลจีนใต้ เลือกซื้อศิลปหัตถกรรมของชาวชนชาติหลีซึ่งเป็นชาวท้องถิ่นดั้งเดิมของไหหลำ ยามพลบค่ำ บาร์เบียร์ริมทะเลเริ่มคึกคักดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้ออกมานั่งเล่น

         ชาวซันย่าส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเพราะว่าเมื่อประมาณ 700 ปีก่อน มีพ่อค้าชาวอาหรับทำเรืออับปางบริเวณนี้ จึงต้องสร้างหลักปักฐานอยู่ที่นี่ จนกลายเป็นบรรพบุรุษของชาวเมืองซันย่า

 ที่มา : http://www.abroad-tour.com/china/hainan/sunya.html

    เมืองโบราณต้าหลี่ สร้างขึ้นมากว่า 1000 ปีก่อน ถึงแม้ได้ผ่านกาลเวลามาช้านาน แต่เมืองโบราณแห่งนี้ก็ยังคงอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์อย่างมาก นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวจะเห็นประตูเมืองทั้งด้านใต้และด้านเหนือซึ่งเป็น สถาปัตยกรรมที่คล้ายคลึงกันตามสองฟากของถนนสายเก่าแก่จะมีบ้านเรือนโบราณ ปลูกสร้างไว้อย่างกระจัดกระจาย มีถนนสายเก่าแก่ตัดผ่านตัวเมืองโบราณแห่งนี้
ซึ่งในปัจจุบัน  ได้กลายเป็นถนนย่านการค้าที่มีตวามเจริญเป็นอย่างมาก ตามสองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ ซึ่งจะทั้งพ่อค้าชนชาติไป๋ที่แต่งกายประจำชาติ มาขายสินค้าพื้นเมืองต่างๆ เช่น หินอ่อนต้าหลี่ ผ้าพื้นเมืองและเครื่องเงิน  เป็นต้น  ภายในเมืองโบราณแห่งนี้ยังมีถนนเล็กๆสายหนึ่งจากทาง  ทิศตะวันออกไปสู่ทางทิศตะวันตก สองฟากของถนนสายนี้ มักจะเต็มไปด้วย ภัตตาคาร อาหารจีน และอาหารตะวันตก นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟและร้านน้ำชาที่มีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ อาศัยอยู่ ถนนสายนี้จึงขึ้นชื่อว่า “ถนนสายต่างชาติ” ถนนสายนี้มีกลิ่นอายของความเก่าแก่และ มีความความทันสมัยผสมผสานกัน จึงทำให้สามารถดึงดูดชาวต่างประเทศจำนวนมากให้หลั่งใหลกันไปท่องเที่ยวตามถนนสายนี้ อย่างไม่ขาดสาย นับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม แห่งหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้

 

ที่มา : http://www.abroad-tour.com/china/dali_city/muangboran.html

ฮาร์บิน

Posted: กุมภาพันธ์ 23, 2012 in ฮาร์บิน

ฮาร์บิน (จีนตัวย่อ: 哈尔滨, จีนตัวเต็ม: 哈爾濱, 哈爾濱) เป็นเมืองเอกของมณฑลเฮย์หลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำซงหัว ฮาร์บินเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต และยังเป็นศูนย์กลางทางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการสื่อสารคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน จึงถือได้ว่าเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของจีนและของเอเชียด้านตะวันออกเฉียง เหนือ

เมืองฮาร์บินเดิมเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆริมฝั่งแม่น้ำซงฮวาเจียงในภาคเหนือ ของจีน สมัยนั้นที่นั่นมีครอบครัวชาวประมงเพียงไม่กี่ครัวเรือนเท่านั้นพวกเขาใช้ ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่มีการติดต่อกับโลกภายนอกมากนัก ตั้งแต่ ค.ศ. 1898 เป็นต้นมา เนื่องจากมีการสร้างทางรถไฟจากทิศใต้ไปสู่ทิศเหนือสายหนึ่งซึ่งตัดผ่าน หมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านแห่งนี้ขาดความเงียบสงบเฉกเช่นเดิมอีกต่อไป ในเวลาเดียวกัน มีชาวรัสเซียจำนวนมากได้เดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวรัสเซียนอกจากได้สร้างทางรถไฟไปถึงที่นั่นแล้ว ยังได้สร้างเมืองขึ้นมาเมืองหนึ่งตามบริเวณหมู่บ้านนี้ซึ่งก็คือเมืองฮาร์ บินนั่นเอง จนถึงปัจจุบันนี้ ในเมืองฮาร์บินยังปรากฏสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมรัสเซียให้เห็นเป็นจำนวนมาก แม้เวลาได้ผ่านไปยาวนานนับร้อยปีแล้วก็ตาม แต่สิ่งก่อสร้างดังกล่าวยังคงทรงความหมายที่สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนา สมัยเริ่มแรกของเมืองฮาร์บินได้เป็นอย่างดี

คำว่า ฮาร์บิน เป็นคำในภาษาแมนจู มีความหมายว่า ‘สถานที่ตากแหจับปลา’

ฮาร์บินมีสมญานามว่า ‘ไข่มุกบนคอหงส์’ เนื่องจากสัญฐานของมณฑลเหยหลงเจียงมีลักษณะคล้ายหงส์ ส่วนสมญานามอื่นๆ คือ ‘มอสโกแห่งตะวันออก’ หรือ ‘ปารีสแห่ง ตะวันออก’ เนื่องจากลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนในเมืองคล้ายกับในมอสโกหรือ ปารีส และฮาร์บินยังเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เมืองแห่งน้ำแข็ง’ เพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานและหนาวเย็นมาก

 

ที่มา : http://www.abroad-tour.com/china/harbin/

 

ภูหิมะซีหลิงเป็นสถานที่ตากอากาศ ทิวทัศน์งามเด่นแห่งหนึ่งของประเทศจีน อยู่ที่เมืองต้าอี้ มณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉิงตู เมืองหลวงของมณฑล 95 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 483 ตารางกิโลเมตร ยอดเขาต้าสวยถัง สูง 5,364 เมตร มีหิมะปกตลอดปี เป็นยอดภูที่สูงที่สุดในเฉิงตู

ตั้งอยู่บนที่ราบยอดเขาบนระดับความสูงประมาณ 2,200 – 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ครอบคลุมพื้นที่ราว 8 ตารางกิโลเมตร อุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวอยู่ระหว่าง ลบ 10 ถึง 10 องศาเซลเซียส บนลานสกีจะมีความหนาของหิมะประมาณ 60 – 100 เซนติเมตร นับเป็นสกีรีสอร์ทที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเล่นสกีมากที่สุด สถานที่แห่งนี้พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์การเล่นสกีบนลานน้ำแข็งอย่างครบครัน ได้แก่ แผ่นเลื่อนหิมะ สกีหิมะ ม้าลากเลื่อนหิมะ บอลลูน สโนโมบิล เครื่องเล่นสไลด์ รวมทั้งกิจกรรมบนลานน้ำแข็งอีกมากมาย เนื่องจากอยู่ในความสูงระดับเดียวกันภูเขาแอลป์ คุณภาพหิมะและฤดูหิมะเช่นเดียวกับภูเขาแอลป์ ภูเขาซีหลิงจึงได้ชื่อว่า ภูแอลป์แห่งบูรพา

ที่มา : http://www.abroad-tour.com/china/chengdu/xiling_snow_mountain.html

 

   ถ้ำหลงเหมิน (หลงเหมินสือคู) ถ้ำหินประตูมังกร เป็นกลุ่มถ้ำบนหน้าผา ห่างออกไปทางใต้ 12 กิโลเมตรจากเมืองลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งด้านตะวันออกและด้านตะวันตกเป็นภูเขา มีแม่น้ำ

      อี๋สุ่ยไหลผ่านตรงกลาง มองดูเสมือนประตูที่มีมังกรโลดแล่นขนาบอยู่ จึงได้ชื่อว่า หลงเหมินคือ ประตูมังกร อยู่ระหว่างภูเขาเซียงซานทางทิศตะวันออก และภูเขาหลงเหมินทางทิศตะวันตก หันหน้าออกสู่ริมฝั่งแม่น้ำอี้ พื้นที่บริเวณกลุ่มถ้ำมีความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร จัดว่าเป็น 1 ใน 3 แหล่งปฏิมากรรมโบราณที่ประกอบด้วย ถ้ำผาม่อเกา ถ้ำผาหลงเหมิน และถ้ำผาหยุนกัง ที่มีชื่อเสียงที่สุดในจีน สถานที่นี้เป็นช่องทางสำคัญทางการคมนาคมที่มีภูเขาสีเขียว และน้ำใสอีกทั้งอากาศก็ดี จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังของนักเขียนและปัญญาชนจีน ในสมัยต่างๆ นอกจากนี้ หินในสถานที่นี้ก็มีคุณภาพดีเหมาะสำหรับการแกะสลัก ฉะนั้นคนจีนในสมัยโบราณจึงเลือกสถานที่นี้ขุดเจาะถ้ำหิน

ถ้ำหินหลงเหมิน มีอายุราว 1,500 ปี เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยเว่ยเหนือ ค.ศ. 494 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง บูรณะ และต่อเติมยาวนานถึง 400 กว่าปีจนถึงยุคราชวงค์ถังและซ่ง มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันยังคงหลงเหลือถ้ำผาแกะสลักอยู่จำนวน2,100 กว่าคูหา โพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง ศิลาจารึกสลักอักษรจีนและหมายเหตุบันทึกต่างๆ อีก 3,600 กว่าหลัก รวมถึงเจดีย์พุทธ 50 กว่าแห่ง พระพุทธรูปสลักมากกว่า 100,000 องค์ องค์ใหญ่สูงสุด 17 เมตร องค์เล็กสุดเพียงแค่ 2 ซ.ม.

ถ้ำผาหลงเหมินได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 24 เมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นถ้ำหิน 1 ใน 3 ถ้ำใหญ่ ที่มีการแกะสลักของประเทศจีน

ที่มา : http://www.abroad-tour.com/china/luoyang/longmen_shiku.html